หน้าแรก ขายอะไรดี ขายข้าวต้มกุ๋ย อย่างไร ให้ยอดขาย ปัง ๆ

ขายข้าวต้มกุ๋ย อย่างไร ให้ยอดขาย ปัง ๆ

43
0

สารบัญ

ขายข้าวต้มกุ๋ย อย่างไร ให้ยอดขาย ปัง ๆ  ร้านอาหารสตรีทฟู๊ดอีกหนึ่งร้านที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทานแล้วก็อิ่มท้องสบายใจกลับบ้านนอนหลับปุ๋ยเลยคือ ข้าวต้มกุ๊ย ธรรมดา ๆ ก็มีรายได้ที่ไม่ธรรมดา เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำอาชีพหลักให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังหางานทำได้ดีทีเดียว

 

วันนี้ อาชีพ108.คอม จะมาเล่าถึงเทคนิคการเปิดร้านข้าวต้มกุ๊ยอย่างไรให้ยอดขายปัง ๆ มาฝากกัน ที่ต้องบอกว่าหากได้ลองนำไปปฏิบัติแล้ว จะต้องขายดิบขายดีอย่างแน่นอน

 

เทคนิคการเปิดร้านข้าวต้มกุ๊ยอย่างไรให้ยอดขายปัง ๆ

1.มีเงินทุนเพียงพอ

จะขายร้านข้าวต้มกุ๊ย หากเราไม่มีหน้าร้าน บางครั้งก็อาศัยการขายบนรถเข็นได้ แต่ความน่าเชื่อถือของลูกค้าควรหาห้องเช่าในพื้นที่น่าสนใจ ยิ่งถ้าได้ค่าเช่าไม่แพงก็ยิ่งมีกำไรง่ายขึ้น อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับการเปิดร้านไม่มีอะไรมากมาย เช่นถังแก๊ส หม้อข้าวขนาดใหญ่ โต๊ะ เก้าอี้ จาน ชาม ช้อน เบ็ดเสร็จการลงทุนอุปกรณ์ไม่รวมค่าเช่าในการเปิดร้านครั้งแรกไม่เกิน 20,000 บาท

 

2.มีทำเลในการขาย

ทำเลเป็นสิ่งสำคัญในการเปิดร้านอาหาร อย่างข้าวต้มกุ๊ยนั้นย่อมหนีไม่พ้นบริเวณที่ผู้คนหนาแน่น เช่นย่านหน้าตลาดสด ย่านสถานศึกษา สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานกลางคืน รวมถึงบริเวณใกล้โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีการทำโอทีกันยามดึก แต่ทำเลที่ควรหลีกเลี่ยงคือที่ห่างไกลผู้คน

 

3.มีฝีมือในการทำอาหาร

การเปิดร้านข้าวต้มกุ๊ยจะต้องใส่ใจในเรื่องรสชาติ เราควรเรียนรู้เทคนิคการต้มข้าวให้น่ากิน บางร้านข้าวต้มมีกลิ่นหอมของใบเตย อีกทั้งเรื่องกับข้าวก็ยิ่งต้องใส่ใจเมนูหลัก ๆ ที่ควรมีในร้านคือ ยำไข่แดง ยำไข่เค็ม ยำกุ้งแห้ง ปลาสลิดทอด ไข่เจียว ซึ่งลูกค้าที่มาทานแม้จะเข้ามาด้วยความหิวแต่ถ้ารสชาติไม่อร่อย ก็คงเป็นเพียงครั้งเดียวที่ลูกค้าจะเข้าร้าน

 

4.มีจุดขายให้กับร้าน

ในการขายอาหารละแวกเดียวกันคงมีร้านขายข้าวต้มกุ๊ยเหมือนเรา ซึ่งหากมีสองสามร้านขายเหมือนกัน เราควรหาจุดขายให้กับร้านของตัวเองให้ได้ เช่น ข้าวต้มขายชามละ 1 บาท ข้าวต้มฟรี น้ำเปล่าน้ำแข็งฟรี  กับข้าวจานละ 9 บาท หรือจะขายข้าวต้มชามละ 3 บาท ข้าวสวยจานละ 5 บาท

 

5.ลองทำเป็นธุรกิจครอบครัว

ร้านข้าวต้มกุ๊ยที่ไปไม่รอดถึงฝั่งอาจเป็นเพราะต้นทุนการจ้างแรงงานพนักงาน ดังนั้นหากคิดจะทำร้านข้าวต้มกุ๊ยนี้ควรเป็นธุรกิจแบบครอบครัว แม่ทำกับข้าว พ่อต้อนรับแขก ลูกช่วยกันเสิรฟ์ คิดเงิน ซึ่งการทำงานในระบบครอบครัวจะช่วยให้ประหยัดรายจ่ายในส่วนของค่าแรงได้มาก เงินที่ขายอาหารได้ก็เป็นของครอบครัวทั้งหมด

 

6.เมนูในร้านข้าวต้มกุ๊ย

สำหรับข้าวต้มจะหุงมาเติมเรื่อย ๆ วันละ 5 กก. ส่วนกับข้าวนั้นแต่ละวันจะปรุงมากกว่า 20 เมนู  อย่างเช่น ยำไข่เค็ม ยำไข่เยี่ยวม้า ปลาเค็มทอด ผักบุ้งไฟแดง คะน้าปลาเค็ม ผัดผักไก่ ผัดมะระ ต้มยำ บางวันก็มีอาหารทะเล อย่าง กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก โดยเมนูที่ส่วนใหญ่คนนิยมสั่งกัน คือกับข้าวประเภทยำ เพราะกลุ่มวัยรุ่นชอบกินยำ ส่วนร้านเปิดขายทุกวันได้ ตั้งแต่ 4 โมงครึ่งถึง 5 ทุ่ม

 

7.ขายอย่างอื่นเพิ่ม

นอกจากขายข้าวต้มกุ๊ยแล้ว อาจเสริมพวกเครื่องดื่มต่าง ๆ เข้ามาในร้าน เช่น เครื่องดื่มน้ำผลไม้ปั่น เบียร์ โซดา น้ำแข็ง น้ำอัดลม เพราะการที่ลูกค้านั่งนาน ๆ อาจจะมีการสั่งเครื่องดื่มต่าง ๆ มาทานก่อน ก็จะได้เป็นการเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้อีก หรืออาจจะเสริมเป็นเมนูทานเล่น เช่น ข้อไก่ทอด ถั่วลิสงทอด ทอดมันกุ้ง เพื่อที่ร้านเราจะได้มีทางเลือกได้หลายทาง นอกจากจะเป็นการดึงดูดลูกค้าแล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกทาง

 

8.การบริการต้องประทับใจ

เมื่อลูกค้าเข้าร้านมาก ๆ สิ่งที่จะทำให้ยอดขายตกคือ การบริการที่ไม่ทันใจ ลูกค้าบางคนสั่งออเดอร์ไปนานแล้วแต่ยังไม่ได้ทานเลย อาจทำให้ลูกค้าโมโหหิวได้ ทางที่ดีร้านข้าวต้มควรมีพนักงานไว้คอยดูแลลูกค้า โต๊ะไหนที่ยังไม่ได้ทานก็ควรเข้าไปสอบถามพูดคุยกับลูกค้า เข้าไปเร่งห้องครัวให้ทำก่อน จะช่วยให้ลูกค้าใจเย็นและเป็นผลดีก้บร้าน

 

นอกจากเรื่องเทคนิคทั้ง 9 ประการนี้ เรื่องของการพูดจา ยิ้มแย้มกับลูกค้าและการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพมาประกอบอาหารก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ ร้านข้าวต้มกุ๊ยนั้นเป็นการลงทุนที่เราต้องในรักในการทำอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเปิดกลางคืนจึงจะขายดี คนทำอาหารต้องมีความอดทน อดนอน ที่สำคัญต้องใจเย็น ไม่หวีนไม่เหวี่ยงอารมณ์ใส่ลูกค้า แต่พูดจาที่อ่อนโยนกับลูกค้า ดูแลเหมือนเป็นคนในครอบครัว ใส่ใจในอาหารที่ทำ วัตถุดิบที่สดสะอาดใหม่อยู่เสมอให้กับลูกค้า สดใหม่วันต่อวัน จะยิ่งเพิ่มรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี

 

อาชีพขายข้าวต้มกุ๊ยเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับคนนอนดึก คู่แข่งมีน้อยกว่าตอนกลางวัน หากมีฝีมือดีและอยู่ในทำเลที่ดี เป็นอาชีพอิสระที่ลงทุนน้อยที่ขายดี และมีกำไรเกินครึ่ง หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาอาชีพ และเชื่อมั่นว่าตนเองเป็นคนที่มีความอดทน ขยันขันแข็ง มุ่งมั่นและสามารถนอนดึกได้ สามารถลงทุนมากที่สุด ทุกอาชีพมีความสำเร็จรออยู่เสมอหากคุณกล้าเริ่มต้นก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน อย่าลังเลที่จะตัดสินใจ ลงมือทำทันที และเริ่มตั้งแต่วันนี้จะได้ประสบความสำเร็จมีอาชีพเป็นของตัวเอง สามารถดูแลตัวเองและคนในครอบครัวได้ให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจย่ำแย่นี้ให้ได้
ขอบคุณเครดิตภาพ shorturl.asia/8uIze
อ่านบทความเพิ่มเติม www.archeep108.com