หน้าแรก ขายอะไรดี ขายข้าวสาร หุงสุก พร้อมทาน ได้ทันที

ขายข้าวสาร หุงสุก พร้อมทาน ได้ทันที

410
0
แชร์บทความให้เพื่อน

สารบัญ

ขายข้าวสาร หุงสุก พร้อมทาน ได้ทันที  อยากเปิดร้านขายข้าวสาร แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เลือกข้าวสารชนิดไหนไปจำหน่าย แล้วจะจำหน่ายข้าวสารอย่างไรให้มีรายได้เสริมได้อย่างมั่นคง

 

เปิดร้านขายข้าวสารดีกว่าขายสินค้าอื่นอย่างไร

การเปิดร้านขายข้าวสารดีตรงที่ ข้าวสารเป็นสินค้าที่คนมีความต้องการซื้อและจำเป็นต้องซื้อสูง นอกจากข้าวสารจะเป็นสินค้าจำเป็นที่คนไทยต้องบริโภคแล้ว ยังสามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าไม่เสีย ผู้บริโภคยังไงก็ต้องกลับมาซื้อซ้ำอีก ไม่ว่าใครจะยากดีมีจนยังไงก็ต้องซื้อข้าวสารมาหุงทานกันแทบทุกบ้าน เพราะนอกจากจะให้คุณค่าทางอาหารอย่างดี ยังอิ่มท้องได้นานอีกด้วย

 

การลงทุนเปิดร้านขายข้าวสาร

หากมีทุนน้อย จะขายข้าวสารได้ไหม ตอบได้ว่าไม่ยากเลยเพียงมีเงินทุนเริ่มต้นประมาณหลักพันเพื่อซื้อข้าวสาร กิโลชั่ง ถึงพลาสติกใส่ข้าว ก็สามารถเริ่มธุรกิจข้าวสารได้ง่าย ๆ แล้ว และจริง ๆ แล้วการขายข้าวสารขายได้หลายวีมาก ๆ เริ่มแรกหากยังไม่แน่ใจก็ไม่จำเป็นต้องเช่าหน้าร่นเพื่อเปิดร้าน แต่เราสามารถติดต่อไปยังโรงเรียน โรงอาหาร ภัตตาคารใหญ่ ๆ ที่มีคนทานข้าว ดูว่าเขาใช้ข้าวสารประเภทใด หรือ จะเปิดร้านขายข้าวสารหุงสุกเล็ก ๆ ในตลาดนัดก็ทำได้

 

เริ่มต้นเปิดร้านขายข้าวสารหุงสุกอย่างไรดี

1.เปิดหน้าร้านขายข้าวสาร สิ่งที่ต้องเตรียม
1.กล่องโฟมยักษ์ กล่องใหญ่แบบเก็บร้นเย็นได้ กล่องละเประมาณ 150 บาท
2.เคานเตอร์สำหรับวางข้าวสารหุงสุก และวางกล่องโฟม
3.ข้าวสาร 14 ถุงประมาณ 70 บาท
4.หากระดาษมาพับเขียนขาย ขายข้าวเปล่า

 

วิธีการขายข้าวหุงสุก

1.เตรียมข้าวสารทั้งหอมมะลิ ข้าวเสาไห้
2.จ้างพนักงานมาล้าง และหุงข้าวสาร หุงกันสด ๆ หน้าร้านเลย
3.หุงเสร็จก็ตักใส่ถุง ๆ ละ 5 บาท 7 บาท 10 บาท
4.วางข้าวสารแต่ละถุงแยกไว้ เช่น ส่วนของข้าวเสาไห้ หรือ ข้าวหอมมะลิ
5.ตั้งราคาขาย ข้าวหอมมะลิ 7 บาทถุงเล็ก 10 บาทถุงใหญ่  ข้าวเสาไห้ ถุงเล็ก 4 บาท ถุงใหญ่ 7 บาท
ตัวอย่างร้านข้าวนึ่ง ธุรกิจค้าขายข้าวหุงสุก ในช่วงที่ภาครัฐขอความร่วมมือกับประชาชนให้อยู่บ้านเพื่อช่วยหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่การอยู่บ้านอย่างเดียวไม่ทำอะไรเลยคงเป็นเรื่องยากสำหรับคนหลายคน จึงหารายได้เสริมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเลี้ยงครอบครัว อย่างเช่น การหุงข้าวสุกขายห่อละ 5 บาท 10บาท

 

ร้านข้าวนึ่งเปิดร้านขายข้าวหุงสุกมาแล้วประมาณ 3 ปี โดยจะขายข้าวนึ่งนานาชนิด เช่น ข้าวหอมมะลิ 2 ถ้วย 7 บาท ข้าวขาวธรรมดา 3 ถ้วย 7 บาท ข้าวไรซ์เบอรี่ ถ้วยละ 5 บาท ข้าวกล้อง 2 ถ้วย 7 บาท  ซึ่งมีทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจรแวะเวียนมาซื้ออย่างต่อเนื่อง ในหนึ่งวันขายวันละ 30 ซึ้ง หนึ่งซึ้งนึ่งข้าวได้ 38 ถ้วย จะตกวันละประมาณพันกว่าถ้วย

 

สูตรการนึ่งข้าว คือการขายข้าวนึ่งที่สะอาดมีคุณภาพ ใช้ข้าวสารอย่างดี เน้นคุณภาพและการทำความสะอาดเมล็ดข้าวเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เวลาที่ลูกค้าซื้อไปแล้วไปเจอเศษเหลือกข้าวหรือเศษอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ไม่ไว้วางใจเราได้อีก

 

สำหรับการนึ่งข้าวให้สวย

จะใส่น้ำในประมาณข้าว 1 ส่วน น้ำ 1 ส่วน ต้องตวงน้ำดี ๆ หากใส่น้ำเยอะไปข้าวจะแฉะและเมล็ดข้าวจะไม่เรียงกันสวยงาม  หากเมล็ดข้าวเรยงกันสวยงามจะทำให้ดูน่ากินมากยิ่งขึ้น จากนั้นต้มน้ำให้เดือด พอน้ำเดือดนำข้าวที่เตรียมไว้ไปนึ่งในซึ้งนึ่ง การใช้ไฟก็จะใช้ไฟกลาง ๆ แต่ค่อนไปทางแรงนิดหน่อยเพื่อให้ไอน้ำขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วกลับมาตรวจดู ถ้าเมล็ดข้าวฟูแล้วสุขเป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมขาย และอีกหนึ่งเคล็ดลับของทางร้านคือ จะเลือกข้าวกลางปีเพราะหากใช้ข้าวใหม่แม้จะมีกลิ้นหอมแต่ข้างก็แฉะได้ง่าย

 

แต่ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี และมีโรคระบาดไวรัสโควิด-19 การขายข้าวนึ่งจากปกติขายได้วันละ 30 ซึ้ง ปัจจุบันก็ขายได้ประมาณวันละ 30-33 ซึ้ง แต่ต้องทำใจในเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ จากช่วงปกติราคาข้าวสารกระสอบละ 1000 บาท ปัจจุบันราคาขยับขึ้นมาอยู่กระสอบละ 1200 บาท

 

ในเรื่องลูกค้า จะมีลูกค้าใหม่ ๆ มาซื้อเพิ่มขึ้น เป็นเพราะว่าคนที่หยุดอยู่บ้านบางคนไม่ถนัดเรื่องงานครัว การมาซื้อกับข้าวสำเร็จก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ดีกว่า ซื้อกลับข้าวแล้วก็ซื้อข้าวสวยหุงเสร็จไปด้วยกันเลย

 

ตัวอย่างของร้านขายข้าวนึ่ง จึงเป็นตัวอย่างในการทำอาชีพขายข้าวหุงสุกอีกทางเลือกหนึ่ง เป็นทางออกของคนที่ไม่ถนัดงานครัว และ พ่อค้าแม่ค้าคนไหนที่สนใจประกอบอาชีพขายข้าวสารหุงสุก ขายห่อละ 5 บาท 7 บาท 10 บาท หรือ 15 บาท  และจะเพิ่มข้าวเหนียวห่อละ 5 บาท 10 บาทก็ได้ แต่ให้ดีควรมีทั้งข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวกล้อง เพิ่มเติมด้วยจะได้ขายดีมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคุณต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ใช้ข้าวสารอย่างดี คุณภาพดี ขายในราคาไม่แพง บริการลูกค้าทุกคนอย่างเป็นมิตร ไม่เอาเปรียบลูกค้า ขยันอดทนต่อสภาพสิ่งแวดล้อมทีเกิดขึ้น ฟันฝ่าอุปสรรคไปอย่างมีสติ คงความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพเกรดเอ เพื่อจะได้แข่งขันในตลาดได้อย่างมั่นคง

ขอบคุณเครดิตภาพ shorturl.asia/YQa1h

อ่านบทความเพิ่มเติม www.archeep108.com


แชร์บทความให้เพื่อน