หน้าแรก ธุรกิจส่วนตัว อาชีพทนายความแก้ต่างขยายความรู้ให้กับสังคม

อาชีพทนายความแก้ต่างขยายความรู้ให้กับสังคม

150
0
อาชีพทนายความ
แชร์บทความให้เพื่อน

อาชีพทนายความ  เป็นอาชีพที่คอยเป็นผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้คนและหน่วยงาน สามารถให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายของหน่วยงาน เป็นพนักงานอัยการ จนถึงสามารถสอบเป็นผู้พิพากษาได้   ทนายความเป็นอาชีพของผู้มีความชำนาญทางกฎหมายเป็นพิเศษ  เป็นอาชีพที่สามารถนำความรู้ไปปรับใช้กับอาชีพอื่นได้หลากหลายสาขา เช่น นักการเมือง  เจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สิน ครู อาจารย์ ทนายความที่มีความสามารถ และมีความรู้ทางกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างดี อาจได้รับการว่าจ้างให้เป็นทนายความ ว่าความในต่างประเทศ หรืออาจเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการเจรจาทางด้านกฎหมาย รวมถึงสิทธิประโยชน์ของประเทศได้อีกด้วย

ทนายความ

อาชีพทนายความเหมาะสมกับคนเหล่านี้

  1. ต้องมีใจรักในอาชีพ เพราะเป็นงานที่ต้องมีความเสียสละเพื่อผู้อื่น
  2. มีการใฝ่หาความรู้รอบตัวอยู่เสมอ
  3. มีวาทศิลป์ในการพูด
  4. ต้องเป็นคนซื่อตรง
  5. มีความสนใจในด้านกฏหมาย กระบวนการยุติธรรม
  6. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในศิลธรรมอันดี
  7. ไม่เป็นผู้ได้กระทำการใด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
  8. ชอบท่องจำ เพราะกฏหมายมีมาตรต่างๆมากมายที่ต้องนำไปใช้ในการทำคดีความ

ทนายความ

มีความซื่อสัตย์ต่อลูกความและตนเอง

อาชีพทนายความเป็นอาชีพที่สามารถทำรายได้ดี อาชีพที่มีคนนิยมทำกันมาก ถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความสามารถทำงานได้รับเงินเดือนประจำตั้งแต่  18,000 – 25,000 บาท แล้วแต่ความสามารถประสบการณ์ และประเภทของหน่วยงานที่ทำงานจะสามารถได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่เมื่อได้รับใบอนุญาติการเป็นทนายความละประกอบอาชีพทนายความอิสระรับว่าความได้ทั่วไปก๋อาจได้รับค่าตอบแทนจากการว่าความ ร้อยละ 10 – 20 ของทุนทรัพย์ในคดีนั้นๆ จะได้รับค่าตอบแทนตามที่ได้ตกลงไว้กับลูกความ และยังอาจจะได้รับค่าว่าความ 15,000-100,000 บาทขึ้นไปแล้วแต่งานที่รับ และขนาดของทุน-ทรัพย์ในแต่ละคดี

ทนายความ

มุมมองอาชีพทนายความต่อคนรอบข้างและสังคม 

สังคมของประทศไทยต้องประสบพบเจอที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฏหมายอยู่มากมาย เมื่อลูกความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้ จะมีคนกลางเข้ามาเพื่อไกล่เกลี่ยห้เรื่องราวเหล่านั้นไปได้ด้วยดี โดยมีหลักเกณฑ์เดียวกันคือเรื่องของกฏหมายและความยุติธรรม โดยเรื่องต่างๆเหล่านั้นอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ของสังคม การทำงานของทนายความไม่ต่างจากหมอ คือมีหน้าที่ช่วยเหลือคนในสังคมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีความรู้ ความสามารถ จึงต้องมีทนายมาช่วยให้บุคคลนั้นๆ ได้รับความยุติธรรมมากที่สุดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทนายความถือว่าเป็นอาชีพในฝันของหลายคน ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย ทำเอกสารเกี่ยวกับกฎหมาย ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในเรื่องที่เกี่ยวกับกับกฎหมาย คอยดำเนินการแทนคดีความทางอาญา และทางแพ่ง  มีบทบาทเป็นผุ้ที่คอยไกล่เกลี่ยเรื่องขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ ทำหน้าที่ดูแลรักษาคุ้มครองผลประโยชน์ของบุคคล และกลุ่มองค์ธุรกิจเอกชน ทำหน้าที่ว่าความดำเนินตรวจสอบกระบวนการพิจารณาด้านใดๆในศาลแทนคู่ความทั้งด้านคดีอาญา คดีแพ่ง รักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชนและสังคม  คอยตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ แล้วค้นตัวบทกฎหมายมานำใช้โดยศึกษาจากประมวลกฏหมาย พระราชบัญญัติ  พระราชกฤษฎีกา เทศบัญญํติ คำพิพากษาของศาลสูงสุดที่ได้พิพากษาไว้แล้ว  เป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถสร้างรายได้จากการนำตัวบทกฎหมาย การวิเคราะห์ การใช้คำพูด การสืบหาหลักฐานรวบรวมไว้มาเพื่อประกอบพิจารณาคดีความแล้วนำไปยื่นให้แก่ศาลเพื่อให้ท่านตัดสินพิพากษาต่อไป

อาชีพทนายความมีความกดดันและความท้าทายรอบด้าน

งานทนายความนั้น เป็นงานที่ต้องทำตามความต้องการของลูกความ เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่ลูกความได้ตั้งเป้าหมายไว้ จึงทำให้เกิดความท้าทายทั้งด้านเรื่องการสืบหาสาเหตุเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเพื่อนำมาปรับใช้กับข้อกฏหมายให้ถูกต้องตามหลักประมวลต่างๆ ที่มีความยากและง่ายในขณะที่กำลังทำคดีความนั้นๆอยู่ แต่ละคดีนั้นจะมีความกดดันแตกต่างกันไป บางคดีความต้องใช้เวลาในสืบหาข้อมูลรวบรวมหลักฐานการเขียนสำนวนต่างๆให้ตรงกับข้อเท็จจริงที่มีอยู่ อาจใช้เวลาอยู่หลายปี ต้องเจออุปสรรคมากมายกว่าจะทำคดีนั้นๆสำเร็จลงได้

อาชีพทนายควรต้องมีสัมพันธไมตรีที่ดีกับอาชีพอื่นๆ

ทนายความนั้นนอกจากจะทำหน้าที่ว่าความแล้ว ยังเป็นผู้ร่วมทำงานด้านการตรวจสอบสำคํญของกระบวนการยุติธรรมต้องติดต่อประสานงานร่วมมือกับ ตำรวจ อัยการ ทหารราชทัณฑ์ ผู้พิพากษา นิติกร นักสืบ เป็นต้น เพราะองค์กรหรืออาชีพที่กล่าวมาเหล่านี้ล้วนเป็นงานและอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องด้านงานกฎหมายทั้งหมด ซึ่งต้องคอยช่วยเหลือกันทั้งหลักฐาน พยาน ข้อเท็จจริง หรือกระทั่งเอกสารสำคัญๆทางราชการที่จะนำมาประกอบเขียนเป็นสำนวน ส่งไปให้ศาลไว้พิจารณาและพิพากษาต่อไป  เพราะฉะนั้นการสร้างสัมพันไมตรีที่ดี และการพูดจาปราศรัยที่เป็นมิตร ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญให้แก่ตัวทนายความเองในการประกอบอาชีพทนายความด้วย  ยกตัวอย่างเช่น เมื่อทนายความอยากไปคัดอออกสำนวนกับร้อยเวรที่ได้เขียนไว้ที่สถานีตำรวจในท้องถิ่นที่เกิดเหตุ  ก็ควรพูดจาถามไถ่ให้สุภาพถึงข้อมูลและสำนวนที่ตนจะไปขอคัดลออกมาใช้ เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีต่อตำรวจและทำให้การทำงานในสายงานทนายความลุล่วงสำเร็จไปได้ด้วยดี รวมไปถึงการติดต่อกับอาชีพอื่นที่กล่าวมาแล้วในเบื้องต้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การประกอบอาชีพทนายความนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีใจรักด้านกฏหมาย  ชอบติดต่อประสานงานเกี่ยวกับอาชีพทนายความ และยังต้องเจออุปสรรค ความท้าทาย ต่างๆมากมาย เพื่อพิสูจน์ความรู้ ความแข็งแกร่งในสายงานอาชีพด้วย รวมไปถึงการศึกษาหาข้อมูลรอบตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อนำมาใช้ประกอบกับข้อเท็จจริง หรือประมวลกฎหมายอาญา  แพ่ง พานิชย์ และกฎหมายอื่นอีกมากมาย  อาชีพทนายความถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีคนยกย่องมากมาย เป็นนักพูด มีไหวพริบ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี และเป็นอาชีพที่ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแก่ประชาชนได้ดี  แต่ก็ต้องอาศัยความขยัน อดทน ในการศึกษาหาความรู้อีกมากมายถึงจะประสบความสำเร็จในทุกๆด้านต่อไป

Credit ภาพ by https://srisunglaw.com/%E0%B
https://www.khaosod.co.th/monitor
https://www.thairath.co.th/tags/%

 

 

 

 


แชร์บทความให้เพื่อน